คำถามนี้ถูกถามบ่อยที่สุด และคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ ค่าไฟเพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะบอกขนาดระบบ เพราะบ้านสองหลังที่จ่ายค่าไฟเท่ากัน อาจต้องการระบบคนละขนาดกันโดยสิ้นเชิง
สามตัวแปรที่กำหนดขนาดระบบ
- ค่าไฟและหน่วยที่ใช้ต่อเดือน — บอกขนาดของโจทย์ว่ามีไฟให้ทดแทนมากแค่ไหน
- ช่วงเวลาที่ใช้ไฟ — ระบบ Solar ผลิตไฟช่วงกลางวัน ถ้าบ้านใช้ไฟหนักเฉพาะกลางคืน ไฟที่ผลิตได้จะไม่ถูกใช้
- พื้นที่หลังคาที่ติดตั้งได้จริง — เป็นเพดานที่จำกัดขนาดสูงสุด ไม่ว่าจะอยากได้ระบบใหญ่แค่ไหนก็ตาม
วิธีประเมินคร่าว ๆ ด้วยตัวเอง
เปิดบิลค่าไฟแล้วดู จำนวนหน่วย (kWh) ต่อเดือน ไม่ใช่ดูแค่ยอดเงิน จากนั้นประเมินว่าในจำนวนหน่วยนั้น มีสัดส่วนที่ใช้ในช่วงประมาณ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็นมากน้อยแค่ไหน สัดส่วนนี้คือส่วนที่ระบบ Solar จะเข้าไปทดแทนได้จริง
| ลักษณะการใช้ไฟของบ้าน | สัดส่วนที่ Solar ทดแทนได้ | ควรพิจารณา |
|---|---|---|
| มีคนอยู่บ้านกลางวัน เปิดแอร์ช่วงบ่าย | สูง | ระบบ On-Grid มักคุ้มค่าที่สุด |
| ออกไปทำงาน กลับบ้านเย็น ใช้ไฟหนักหลัง 18.00 น. | ต่ำ ถ้าไม่มีแบตเตอรี่ | พิจารณาระบบขนาดเล็กลง หรือเพิ่มแบตเตอรี่ |
| ทำงานที่บ้าน ใช้ไฟสม่ำเสมอทั้งวัน | สูง | ระบบ On-Grid ขนาดพอดีกับโหลดกลางวัน |
ข้อควรทราบ
ข้อมูลที่ทีมงานต้องใช้เพื่อประเมินให้แม่นยำ
- บิลค่าไฟย้อนหลัง 6–12 เดือน (ถ่ายรูปส่งมาได้)
- รูปถ่ายหลังคาจากภายนอก และรูปมุมสูงถ้ามี
- ที่อยู่หรือพิกัดของบ้าน เพื่อดูทิศทางหลังคาและเงาบัง
- ข้อมูลว่ามีคนอยู่บ้านช่วงไหนของวัน
- แผนในอนาคต เช่น จะติดแอร์เพิ่ม หรือจะใช้รถยนต์ไฟฟ้า
เมื่อมีข้อมูลชุดนี้ครบ การเสนอขนาดระบบจะเป็นการคำนวณ ไม่ใช่การเดา และคุณจะเห็นเหตุผลเบื้องหลังตัวเลขทุกตัวที่เสนอมา
คำถามที่เกี่ยวข้อง
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะติดขนาดไหน ควรเริ่มอย่างไร?
ติดระบบเล็กก่อนแล้วค่อยขยายได้ไหม?
- #บ้าน
- #ขนาดระบบ
- #ค่าไฟ
