การเปรียบเทียบแผงด้วยตัวเลขวัตต์อย่างเดียวทำให้ตัดสินใจผิดได้ง่าย เพราะแผงที่วัตต์สูงกว่าอาจใหญ่กว่า หนักกว่า หรือมีเงื่อนไขการรับประกันที่ต่างกัน สิ่งที่ควรดูมีมากกว่านั้น
1. กำลังผลิตต่อพื้นที่ ไม่ใช่กำลังผลิตต่อแผง
ถ้าพื้นที่หลังคาจำกัด สิ่งที่สำคัญคือได้กำลังผลิตกี่วัตต์ต่อตารางเมตร ไม่ใช่กี่วัตต์ต่อแผง แผง 770W ที่มีขนาดใหญ่กว่าอาจให้กำลังผลิตต่อพื้นที่ใกล้เคียงกับแผง 620W ที่เล็กกว่า
2. ชนิดของเซลล์
ปัจจุบันแผงที่ใช้ในงานติดตั้งใหม่ส่วนใหญ่เป็นชนิด N-Type ซึ่งโดยทั่วไปมีอัตราการเสื่อมสภาพต่อปีต่ำกว่าเทคโนโลยีรุ่นก่อน และทำงานได้ดีกว่าในสภาพอุณหภูมิสูง ซึ่งเป็นสภาพที่พบได้จริงบนหลังคาในประเทศไทย
3. โครงสร้างแผง
- แผ่นหลังแบบฟิล์ม (Backsheet) — น้ำหนักเบากว่า ต้นทุนต่ำกว่า
- กระจกสองชั้น (Double Glass / Dual-Glass) — ทนความชื้นและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีกว่า เหมาะกับการใช้งานระยะยาว แต่หนักกว่า ต้องตรวจสอบการรับน้ำหนักของโครงสร้าง
- Bifacial — รับแสงได้ทั้งสองด้าน ให้ผลเพิ่มขึ้นเมื่อติดตั้งในลักษณะที่มีแสงสะท้อนจากพื้นด้านล่าง
4. เงื่อนไขการรับประกัน
แผงโซลาร์มีการรับประกันสองแบบที่ต้องแยกให้ชัด คือ การรับประกันตัวสินค้า (ความเสียหายของตัวแผง) และ การรับประกันประสิทธิภาพ (กำลังผลิตต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเมื่อครบกี่ปี) ระยะเวลาของสองอย่างนี้ไม่เท่ากัน และควรอ่านเงื่อนไขจริงของผู้ผลิตแต่ละราย
ข้อควรทราบ
5. ความเข้ากันได้กับอุปกรณ์อื่นในระบบ
แผงต้องทำงานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ที่เลือกไว้ได้ ทั้งในแง่แรงดัน กระแส และจำนวนแผงต่อสตริง การเลือกแผงจึงไม่ใช่การเลือกแยกชิ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบระบบทั้งระบบ
ในงานของ NP88 Solar มีการใช้แผงหลายรุ่นตามลักษณะของแต่ละโครงการ เช่น JA Solar N-Type 620W และ 625W ในงานขนาดกลางถึงใหญ่ แผง Bifacial กระจกสองชั้น และ AIKO STELLAR Dual-Glass 770W ในงานที่พื้นที่หลังคาจำกัด
- #แผงโซลาร์
- #การเลือกอุปกรณ์
- #N-Type
