ถ้าแผงโซลาร์คือส่วนที่ผลิตไฟ อินเวอร์เตอร์คือส่วนที่ ตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับไฟนั้น หน้าที่หลักคือแปลงไฟกระแสตรงจากแผงให้เป็นไฟกระแสสลับที่อุปกรณ์ในอาคารใช้งานได้ แต่หน้าที่จริงมีมากกว่านั้น
หน้าที่ของอินเวอร์เตอร์
- แปลงไฟ DC จากแผงเป็นไฟ AC ที่ใช้งานในอาคาร
- ควบคุมให้แผงทำงานที่จุดกำลังสูงสุด (MPPT) ตามสภาพแสงที่เปลี่ยนไปตลอดวัน
- ตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อระบบจำหน่ายไฟฟ้าดับ เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน
- เก็บและส่งข้อมูลการผลิตไฟไปยังระบบ Monitoring
- ในระบบ Hybrid ยังทำหน้าที่บริหารการชาร์จและจ่ายไฟของแบตเตอรี่
ประเภทที่พบในงานติดตั้ง
- String Inverter — ใช้มากที่สุด แผงหลายแผงต่ออนุกรมเข้าอินเวอร์เตอร์ตัวเดียว ต้นทุนต่อกำลังผลิตต่ำ
- Hybrid Inverter — รองรับการต่อแบตเตอรี่ และบริหารพลังงานระหว่างแผง แบตเตอรี่ และระบบจำหน่าย
- String Inverter + Optimizer ระดับแผง — เพิ่มอุปกรณ์ที่ทำงานรายแผง ทำให้แผงที่โดนเงาบังไม่ฉุดกำลังผลิตของทั้งสตริง และตรวจสอบได้รายแผง
ทำไมขนาดอินเวอร์เตอร์จึงไม่เท่ากับขนาดแผงเสมอไป
ในทางปฏิบัติ กำลังผลิตรวมของแผงมักถูกออกแบบให้สูงกว่ากำลังของอินเวอร์เตอร์เล็กน้อย เพราะแผงแทบไม่เคยผลิตไฟได้เต็มกำลังตามค่าที่ระบุในสภาพใช้งานจริง การออกแบบเช่นนี้ทำให้อินเวอร์เตอร์ทำงานในช่วงที่มีประสิทธิภาพดีเป็นเวลานานขึ้น แต่ต้องคำนวณอัตราส่วนให้เหมาะสม ไม่ใช่ใส่ตามความรู้สึก
ข้อมูลเพิ่มเติม
สิ่งที่ควรดูเวลาเลือก
- รองรับระบบไฟฟ้าของอาคาร (1 เฟส หรือ 3 เฟส)
- รองรับแบตเตอรี่หรือไม่ หากมีแผนจะเพิ่มในอนาคต
- รองรับการตั้งค่า Zero Export หากเงื่อนไขการเชื่อมต่อกำหนด
- มีระบบ Monitoring ที่ใช้งานได้จริงและเข้าถึงข้อมูลย้อนหลังได้
- เงื่อนไขการรับประกันและช่องทางบริการหลังการขาย
- #อินเวอร์เตอร์
- #การออกแบบระบบ
- #Optimizer
